Get Adobe Flash player

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้15
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้4
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้23
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา77
mod_vvisit_counterเดือนนี้100
mod_vvisit_counterเดือนที่ผ่านมา74
mod_vvisit_counterทั้งหมด19603
We have: 8 guests online
Your IP: 192.246.0.1
 , 
Today: ม.ค. 23, 2018
Home ประวัติความเป็นมา

ประวิติความเป็นมา

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ..2540 ได้บัญญัติเกี่ยวกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นหลายมาตราที่สำคัญ ได้แก่  มาตรา 78 ในหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งกล่าวว่า

รัฐต้องกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเอง และตัดสินใจในกิจการได้เอง พัฒนาสารสนเทศในท้องถิ่นให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ การที่รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับสารสนเทศในท้องถิ่น เป็นเพราะในยุคข้อมูลข่าวสารหรือยุคโลกาภิวัตน์ ข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว ซึ่งเรียกว่าสารสนเทศ จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อนักวางแผน นักบริหารจัดการ ใช้ในการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า สารสนเทศคือพลังอำนาจ “ Information is the Power ”

สารสนเทศในท้องถิ่นมีทั้งสารสนเทศด้านธรรมชาติของพื้นที่ และสารสนเทศด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่วนใหญ่ของการศึกษาเรื่องราวดังกล่าวมักศึกษาเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะด้าน แต่ศาสตร์สาขาหนึ่งที่ศึกษาแบบบูรณาการหรือเป็นสหวิทยาการ คือ ภูมิสารสนเทศ ซึ่งเป็นศาสตร์ทางด้านสารสนเทศ บนพื้นฐานหลักวิชาภูมิศาสตร์ จะศึกษาปัจจัยต่างๆ ในพื้นที่แบบองค์รวมวิเคราะห์และสังเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยในพื้นที่ ทั้งปัจจัยทางธรรมชาติและปัจจัยที่มนุษย์สร้างขึ้น (เศรษฐสังคม)จนเห็นรูปแบบความสัมพันธ์และความเปลี่ยนแปลงทางพื้นที่ที่จะเป็นไป

ในปัจจุบัน มีการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบภูมิสารสนเทศ ที่ประกอบไปด้วยการสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing)ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(Geographic Information System)และระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (Global Positioning System)ในสาขาวิชานี้ยิ่งทำให้การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ที่มีข้อมูลมาก มีความรวดเร็ว แม่นยำและสามารถพยากรณ์ปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

         จากการวิเคราะห์โครงการพัฒนาท้องถิ่น ที่เสนอโดย องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) ผ่านอำเภอ 32 แห่ง ของจังหวัดนครราชสีมา เมื่อเดือนมกราคม 2545พบว่า มากกว่า 3ใน 4 ของจำนวนอำเภอทั้งหมด เสนอโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศหรือศูนย์ข้อมูลของ อบต.เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนหรือการตัดสินใจในงานพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นหากโปรแกรมวิชาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งเปิดสอนใน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ อยู่ก่อนแล้ว จะเปิดสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศ ย่อมจะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่น สอดคล้องกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและตรงกับความหมายของ ราชภัฏอันหมายถึงคนของพระราชา เพราะพระราชาองค์ปัจจุบันของคนไทย พระนาม ภูมิพลทรงเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติวิเคราะห์ สังเคราะห์พลังของแผ่นดินไทยด้วยกระบวนการทางภูมิสารสนเทศ ช่วยให้โครงการพัฒนาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริ กว่า2,000โครงการ ประสบความสำเร็จด้วยดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร อุปกรณ์ และสถานที่ จึงประสงค์ที่จะเปิดสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภูมิสารสนเทศ ตั้งแต่ ปีการศึกษา 2551 เป็นต้นไป